รีวิวฟุตบอล ยูโร2020

รีวิวฟุตบอล ยูโร2020

รีวิวฟุตบอล ยูโร2020 แบ่งกลุ่มเรียบร้อย! ฟุตบอล ยูโร 2020 รอบสุดท้าย ระเบิดศึกกลางปีหน้า

รีวิวฟุตบอล ยูโร2020 ผลจับสลากแบ่งกลุ่ม การแข่งขันฟุตบอล ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2020 รอบสุดท้าย” ที่จะแข่งขันกันระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน ถึง 12 กรกฎาคม ปีหน้า มีขึ้นเป็นที่เรียบร้อย ณ กรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

โดยผลการแบ่งกลุ่มสร้างความฮือฮา เมื่อในกลุ่ม เอฟ ถูกยกให้เป็น “กรุ๊ป ออฟ เดธ” เนื่องจากประกอบไปด้วย เยอรมนี แชมป์เก่า 3 สมัย, ฝรั่งเศส แชมป์โลกทีมล่าสุด และ โปรตุเกส แชมป์จากครั้งที่แล้ว (ปี 2016) ถูกจับให้มาอยู่ร่วมกลุ่มเดียวกัน

ขณะที่ “ทัพสิงโตคำราม” อังกฤษ ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่ไม่หนักมากนักเมื่อต้องเจอกับ โครเอเชีย และ สาธารณรัฐเช็ก ด้าน อิตาลี ที่มีสถิติชนะรวด 100% ในรอบคัดเลือก ถูกจับอยู่กลุ่ม เอ ซึ่งก็ถือว่าไม่หนักมากนัก

รีวิวฟุตบอล ยูโร2020

รีวิวฟุตบอลยูโร2020 สรุปผลการจับสลาก แบ่งกลุ่ม ฟุตบอล ยูโร 2020 รอบสุดท้าย

กลุ่ม เอ : อิตาลี, สวิตเซอร์แลนด์, ตุรกี, เวลส์
กลุ่ม บี : เบลเยียม, รัสเซีย, เดนมาร์ก, ฟินแลนด์
กลุ่ม ซี : ยูเครน, ฮอลแลนด์, ออสเตรีย, (ทีมชนะเพลย์ออฟ สาย ดี)
กลุ่ม ดี : อังกฤษ, โครเอเชีย, สาธารณรัฐเช็ก, (ทีมชนะเพลย์ออฟ สาย ซี)
กลุ่ม อี : สเปน, โปแลนด์, สวีเดน, (ทีมชนะเพลย์ออฟ สาย บี)
กลุ่ม เอฟ : เยอรมนี, ฝรั่งเศส, โปรตุเกส, (ทีมชนะเพลย์ออฟ สาย เอ)

รีวิวฟุตบอล ประวัติ ยูโร2020

ยุคแรกเริ่ม 4 ทีม

เริ่มมีการแข่งขันครั้งแรกขึ้นมาในปี 1960 ในชื่อว่า ผลบอลล่าสุด ฟุตบอลยูโรเปี้ยน เนชั่นส์ คัพ โดยเริ่มต้นรูปแบบการแข่งขันยังเป็นระบบการเล่นเหย้า-เยือนในรอบต้นๆ ก่อนที่จะเล่นแบบน็อกเอาต์ในรอบรองชนะเลิศ บุคคลที่ผลักดันให้มีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ในชาติเป็นกลางขึ้นมาคือ อองรี เดอลาเน่ย์ จากสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส และ ทำให้การแข่งขันรอบสุดท้ายครั้งแรกมีขึ้นที่เมืองน้ำหอม ในปี 1960 โดยเป็นการพบกันระหว่าง สหภาพโซเวียต กับ ยูโกสลาเวีย ซึ่งผลลงเอยด้วยชัยชนะของทีมจากแดนหลังม่านเหล็กในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1 ในปี 1964 ได้มีปัญหาขัดแย้งทางการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวในเกมกีฬา เมื่อ กรีซ ปฏิเสธที่จะเล่นกับ แอลเบเนีย หลังมีสงครามระหว่างประเทศ โดยการเล่นรอบชิงชนะเลิศ จัดที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน และแชมป์ก็ตกเป็นของเจ้าภาพที่เอาชนะ สหภาพโซเวียต 2-1

เพิ่มเป็น 8 ทีม

จากนั้นในปี 1968 ได้เปลี่ยนชื่อการแข่งขันจากฟุตบอลยูโรเปี้ยน เนชั่นส์ คัพ มาเป็น ยูฟ่า ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ พร้อมกับเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันเป็นแบบแบ่งกลุ่มโดยมี 8 สาย และแชมป์ของแต่ละกลุ่มจะเข้ามาเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศ ที่ต้องแข่ง 2 นัด ก่อนเข้ารอบตัดเชือก โดยแชมป์ครั้งนี้เป็นของเจ้าภาพ อิตาลี ที่เอาชนะ ยูโกสลาเวีย 2-0 ในนัดรีเพลย์ หลังเกมแรกเสมอกัน 0-0 ฟุตบอลยูโร 1972 รอบสุดท้าย ที่ประเทศเบลเยียม ยังคงใช้รูปแบบการแข่งขันเหมือนที่ผ่านมา โดยแชมป์ตกเป็นของ เยอรมัน ตะวันตก ที่ถล่ม สหภาพโซเวียต ไปอย่างขาดลอย 3-0 จากการทำประตูของ แกร์ด มุลเลอร์ คนเดียว 2 ลูก จากนั้นอีก 4 ปีต่อมา รอบชิงชนะเลิศมีขึ้นที่ยูโกสลาเวีย โดยที่ เชโกสโลวะเกีย เสมอ เยอรมัน 2-2 ก่อนที่จะมีการดวลจุดโทษครั้งแรก และแชมป์ก็ตกเป็นของ ขุนพลเช็กในที่สุด ราคาบอลยูโร2020 รอบคัดเลือก

มาถึงศึกยูโร 1980 ได้เริ่มใช้ระบบการแข่งแบบใหม่ โดย 8 ทีมจะต้องมาเล่นรอบสุดท้าย ที่ประเทศอิตาลี และแบ่งการเล่นออกเป็น 2 กลุ่ม นำแชมป์ของแต่ละกลุ่มมาเล่นรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งปรากฏว่า เยอรมันตะวันตก คว้าแชมป์ไปครองหลังเฉือนชนะ เบลเยียม 2-1 จนกระทั่งในศึกยูโร 1984 ที่ฝรั่งเศส ได้มีการเปลี่ยนระบบการแข่งขันให้ 2 ทีมที่มีคะแนนดีที่สุดของทั้ง 2 กลุ่ม เข้ามาเล่นในรอบ ตัดเชือก และในที่สุดเจ้าบ้านซึ่งนำทีมโดย มิเชล พลาตินี่ ก็ชนะ สเปน 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศ พร้อมกับคว้าแชมป์ได้อย่างงดงาม จาก

นั้นในปี 1988 เยอรมันตะวันตก ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันบ้างโดยใช้รูปแบบเหมือนครั้งที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แฟนบอลเมืองเบียร์ต้องอกหัก ปล่อยให้ ฮอลแลนด์ ที่มีนักเตะชั้นเยี่ยมอย่าง มาร์โก แวน บาสเท่น, แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด และ รุด กุลลิท คว้าแชมป์ไปครอง หลังเอาชนะ สหภาพโซเวียต 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศ มาถึงปี 1992 ที่สวีเดน ได้เกิดตำนานเทพนิยายเดนส์ขึ้นมา หลังจากทีมชาติเดนมาร์ก ได้เข้าร่วมการแข่งขันกะทันหัน เนื่องจาก ยูโกสลาเวีย ถูกตัดสิทธิ์ โดยขุนพลเมือง “โคนม” สร้างผลงานยอดเยี่ยมคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างเหลือเชื่อทั้งที่มีเวลา เตรียมตัวไม่นานนัก

เพิ่มเป็น 16 ทีม

ถึงศึกยูโร 1996 ที่อังกฤษ ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันอีกครั้ง โดยมี 16 ทีมเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มๆ ละ 4 ทีม และ 2 อันดับแรกของแต่ละสายจะได้เข้ามาเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย นอกจากนั้น ยังมีการนำกฎ โกลเด้นโกล์มาใช้ครั้งแรกอีกด้วย และกฎนี้ก็ได้ใช้ตัดสินในรอบชิงชนะเลิศทันที โดยที่ โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟ หัวหอกเยอรมัน ซัดดับชีพ สาธารณรัฐเช็ก 2-1

จากนั้นในปี 2000 ก็เป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมโดย เบลเยียม และ ฮอลแลนด์ รับหน้าเสื่อคู่กัน จุดไคลแมกซ์ของการแข่งขัน ครั้งนี้อยู่ที่การทำประตูโกลเด้นโกล์ของ ดาวิด เทรเซเก้ต์ ที่พาฝรั่งเศส เอาชนะ อิตาลี พร้อมกับคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยอดเยี่ยม การชิงชัย 11 สมัยที่ผ่านมา ผลบอลเมื่อคืน ทำให้ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป กลายเป็นทัวร์นาเมนต์ที่แฟนบอลพูดกันว่าเพียงเติมบราซิล และอาร์เจนตินาลงไปในบรรดาทีมที่เข้ารอบสุดท้ายของศึกยูโรแต่ละครั้ง เราก็จะพบกับฟุตบอลโลกอีกเวอร์ชันดีๆ นี่เอง

เพิ่มเป็น 24 ทีม

และในครั้งที่ 15 ซึ่งจะจัดขึ้นปี พ.ศ. 2559 (ค.ศ. 2016) ทีมชาติในรอบสุดท้ายจะเพิ่มขึ้นเป็น 24 ทีมชาติ จัดการแข่งขันที่สาธารณรัฐโปแลนด์และประเทศยูเครน การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีทีมลงแข่งขันในรอบสุดท้าย 24 ทีม ผลบอลวันนี้ เปลี่ยนจากการแข่งขันเดิมที่มี 16 ทีม ซึ่งเริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อ 1996 ภายใต้การจัดการแข่งขันแบบใหม่นั้น จะแบ่งเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม รอบแพ้คัดออกจะมี 3 รอบ และนัดชิงชนะเลิศ โดย 24 ทีมแบ่งเป็น 19 ทีม (แชมป์กลุ่มและรองแชมป์กลุ่มของรอบคัดเลือก 9 กลุ่ม รวมไปถึงทีมอันดับที่ 3 ทีมีคะแนนดีที่สุด

ความสำเร็จในฟุตบอลยูโร

ทีมชาติ ชนะเลิศ

รองชนะเลิศ

เข้ารอบสุดท้าย
เยอรมนี

3 (19721, 19801, 1996)

3 (1976, 1992,2008) 6
สเปน

3 (1964*,2008, 2012)

3 (1964,1972,1988) 4
ฝรั่งเศส

2 (1984*,2000)

2 (2000, 2012) 4
รัสเซีย 1(1960) 2 (1960, 1968) 3
อิตาลี 1(1968) 1 (2016) 3
เช็กเกีย 1 (1976) 1(2004) 2
โปรตุเกส 1 (2016) 1 (1996) 2
เนเธอร์แลนต์ 1 (1988) 1 (1984) 2
เดนมาร์ก 1(1992) 1 (1980) 1
กรีซ 1 (2004)  – 1
ยูโกสลาเวีย  –  – 1
เบลเยียม  –  – 1

สนับสนุนโดย บ้านผลบอล,ดูตัวอย่างหนังใหม่2020